MURMURsiz


ข้าพเจ้าไม่เคยสังเกตุมาก่อนมาว่าคนเราสามารถทำตัวเองหล่นหายได้
 
หรือถึงจะเคยสังเกตุเห็นมาก่อนก็คงไม่ในชาตินี้  
 
เธอผู้ทำบางส่วนของตัวเองหล่นหายผู้นี้  จะรู้สึกเช่นไร ข้าพเจ้าไม่อาจจะตัดสินได้
 
แต่คิดว่าความรู้สึกคงไม่เหมือน เวลาที่เราหวีผมแล้วผมร่วง  หรือเวลาอาบน้ำฟอกสบู่เอาขี้ไคลออก
 
น่าจะใกล้เคียงกับการ ทำกระเป๋าตังค์หายมากกว่า 
 
เรารู้สึกอย่างไรเมื่อกระเป๋าตังค์หาย?
 
- ชิบหายละ เงินกูไปไหนวะ!! (ภาคภาษาสุภาพ - แย่ละ เงินหายไปไหนอ่ะ ) 
 
- เสียดายว่ะ ไม่น่าเล้ย!! บ้างเสียดายกระเป๋า บ้างเสียดายของที่อยู่ข้างใน บ้างเสียดายเงิน
 
- ทำหายที่ไหนหว่า ? หรือว่าเราลืมไว้ที่บ้าน บนโต๊ะทำงาน หล่นบนรถ(เมลย์ ไฟฟ้า สองแถว มอไซค์ เราเอง)
 
ญ.ผู้นี้บอกข้าพเจ้าว่าเธอรู้สึกตัวว่า มีเคมีบางอย่างในร่างกายที่ขาดๆเกินๆ
 
เธอเคยจำเลขหน้าหนังสือที่อ่านค้างไว้ได้ (แต่เพราะคนส่วนมากจำไม่ได้ เราจึงมีที่คั่นหนังสือใช้มิใช่หรือ?)
 
เธอเคยกินเหล้า สูบบุหรี่ แต่ตอนนี้เลิกแล้ว แถมยังหันมาเอาจริงเอาจังกับแนวทาง "แมคโคไปโอติค"
 
(อายุมากขึ้นการเริ่มหันมาดูและสุขภาพก็ไม่เห็นจะแปลก  ออกจะอินเทรนด์เสียด้วยซ้ำ) 
 
เธอเคยฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ โอต์ กูตูร์ ( Haute Couture ) แต่ตอนนี้รู่สึกไม่อยากเป็นแล้ว
 
(มัวแต่ฝันแล้วไม่ลงมือทำ ไม่ต้องฝันก็รู้ว่าจะไม่ได้เป็น )
 
เธอไม่สามารถถ่ายรูปให้มีมิติได้อีกแล้ว มิติในที่นี้หมายถึงความมีชีวิตหรือเรื่องราว ล่ะมั้ง
 
 
ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
 
ได้เพียงแต่พูดให้กำลังใจ
 
ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าแทนเธอผู้นั้นแล้ว  หวังว่าเธอผู้หลงลืมจะไม่ต้องเศร้าอีก 
 
corinne bailey rae the sea
  
ไหนๆก็พูดถึงความเศร้าละ
 
มาแนะนำอัลบัมให้ฟังกัน  เผื่อใครที่สนใจเพลงฟังสบายๆแบบมั่วๆ
 
คืออัลบัมเค้าก็ดี  เพียงแต่มันฟังดูมั่วๆ  ก็เป็นการฟังแนวสบายๆแบบมั่วๆแล้วกัน 
 
Artist : corinne bailey rae
Album : the sea 
 
 

  
ถ้าเป็นอย่างที่คุณ ทรงกลด บางยี่ขันบอกว่า คุณโทมัส คุกส์บอกว่า "ชีวิตคือการเดินทาง เพราะฉะนั้นทุกคนคือนักเดินทาง" แล้วล่ะก็ 
การเดินทางไปมหาลัยตั้งแต่ตีห้าครึ่งของเราก็ถือเป็นการเดินทางเหมือนกัน 
เพราะคุณทรงกลด บางยี่ขันบอกว่า สหประชาชาติให้นิยาม แก่นักท่องเที่ยวว่า คือผู้ที่เดินทางอย่างน้อย 80 ก.ม.เพื่อการพักผ่อน 
แต่เราไม่แน่ใจนักว่าการเดินทางไปกลับเกือบสองร้อยกิโลเมต
เพื่อมาทำตัวเฟกๆใส่กันจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่น่าภิรมย์
 
...................................................................... 
 
 
มนุษย์โลกทั้งหลาย 
ท่านไม่มีนิสัยพูดกับตัวเองหรอกหรือ แปลกจริงๆๆ!!!เพื่อนชาวโลกทำท่าทางเหมือนเห็นแพแมลงสาบลอยน้ำมาแล้วถามเราว่า 
"เธอพูดกับตัวเองอยู่หรอ?"เราก็ตอบกลับไปอย่างงงๆ ว่า "อื้ม....แล้วเธอไม่เคยพูดกับตัวเองหรอ?"มนุษย์โลกช่างเข้าใจยากเสียจริง
เรามนุษย์ต่างดาวก็เหมือน กล้วยในสตรอเบอรี่โยเกิร์ต 
ไม่มีใครดูออกว่า ในแก้วมีส่วนผสมของกล้วยอยู่ด้วย 
แต่ถ้าใครไม่จมูกจระเข้เกินก็คงได้ กลิ่นตุตุของกล้วยอยู่ แล้วหรือเราอาจจะเหมือนชาว เม็กซิกันที่หลบหนีเข้าดินแดนแห่งอิสระภาพอย่างอเมริโกแบบผิดกฎหมายเคล็ดลับการแปลงกายเป็น ชาวโลกก็ไม่ยาก "เบลนด์" พยายามเป็นชาวโลกแบบไม่ พยายาม
 
......................................................................................
 
 

 

 

เนื้อเพลงท่อนที่ร้องว่า

"Teenage dreams in a teenage circus

Running around like a clown on purpose

Who gives a damn about the family you come from?

No giving up when youre young and you want some

กับ

"We are not what you think we are

We are golden, we are golden.

ฟังทีไรก็คิดถึงวัยรุ่นสมัยนี้ทุกที

เรารู้อย่างแน่นอนว่าผู้ใหญ่สมัยนี้เคยเป็นเด็กมาก่อน

แต่คุณผู้ใหญ่ที่เถียงคอเป็นสลิงบอกว่า"เราอาบน้ำร้อนมาก่อน" น่ะ

มันออกผิดที่ผิดทางไปเสียหน่อย

เพราะน้ำร้อนของท่านน่ะ  มันเย็นไปตั้งแต่ท่านเลิกดูเอ็มทีวี มีไอพอดและใส่ขาเดปแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง

การที่ท่านเริ่มหมดศรัทธาในตัวเราที่หลงทางเช่นเดียวกับท่านในตอนนั้นและตลอดมา

ช่างเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลสิ้นดี

น้ำร้อนสมัยนี้มีดีกรีความร้อนแรงและเร่าร้อนกว่าสมัยท่านมากก็จริง

แต่ได้โปรดอย่าหมดหวังในตัวเราเลย  ท่านผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อน(ที่เย็นไปนานแล้ว)ทั้งหลาย

ได้โปรดอย่าหยุดศรัทธาในตัวเรา

เพราะเราก็จะไม่หยุดศรัทธาในตัวท่าน  และจะยังไม่ยอมแพ้ล้มเลิกความหวังนี้เช่นกัน 

 
 
Must Have Items
 
 mus hav items murmursiz 
 credit from style.com
ใครได้อ่านแอลของไทยฉบับเดือนเมษานี้ก็คงผ่านตากับการถ่ายแฟชั่นที่มีนักบัลเลต์ เป็นพื้นหลัง
เราว่าเป็นการผสมผสานสอง สิ่งสวยงามเข้าด้วยกันได้ อย่างน่าสนใจทีเดียวของบางอย่างที่มีองค์ ประกอบคล้ายกันก็ใช่ว่าจะ เข้ากันได้เสมอไป เหมือน กับคนเราน่ะ
การที่เราจะเลือกคบใครซัก คน นอกจากหน้าตาที่ถูกใจ แล้วเคมีของสองฝ่ายต้อง เข้ากันได้ดีด้วย หรือ อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนผสม ในตัวของทั้งสองที่เหมือน กัน เช่นเราชอบทำเค้ก 
พี่ เราชอบกินเค้ก แม่เราก็ ชอบกินขนม ทุกคนเลยมีขนม เป็นตัวแปรในการ co-existครอบครัวก็สงบสุขทุกกลุ่มก้อนของสัตว์สังคม อย่างเราๆท่านๆล้วนต้องมี จุดร่วมและจุดต่าง
 เราชอบกินเฮลบลูบอยสีแดง  แฟนชอบกินเฮลบลูบอยสี เขียว อย่างน้อยเราสอชคน ก็ชอบกินน้ำหวานเหมือนกัน 
เราชอบกาแฟ แฟนชอบชา อย่างน้อยเราก็นั่งอยู่ในคาเฟ่เดียวกันได้
เราชอบดูหนัง แฟนชอบดูบอล  อย่างน้อยเราก็แชร์ทีวี เครื่องเดียวกันได้
เราชอบน้ำตก แฟนชอบทะเล  อย่างน้อยเราก็เล่นน้ำด้วยกันได้อะไรอย่างเงี้ยเป็นต้นอ่ะสังคมมันก็ค่อยๆประคับ ประคองกันไปเหมือนที่มัน เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเจอ เรื่องร้ายแรงแค่ไหน  เดื๋ยวมันก็ผ่านไปวันนี้ไปเจเจมา รู้สึกว่า ช่วงนี้กระเป๋าหนังจะเป็น ที่นิยมของหลายชนชั้น ทั้งไพร่ ทาส และอำมาตย์  
(คือหมายถึงว่า ตั้งแต่เด็กที่รู้จักแต่ใช้เงินของพ่อแม่โดยที่ยังหาเงินเองไม่ได้(อย่างเรา) 
ไปจนถึงชนชั้นกรรมกรออฟฟิตทั้งหลาย)
แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อค้าแม่ค้าถึงใจร้ายกับ ผู้บริโภคจัง ทำไมคิดแต่จะเอากำไรโดยทำแต่กระเป๋าหนังปลอมมาขาย  หรือทำไมผู้บริโภคงี่เง่าไร้รสนิยมคิดแต่ว่ากระเป๋าหนัง กระเป๋าหนัง  โดยไม่ได้ใช้ตาดูมือจับ และสมองคิดเลยว่ามันเป็นกระเป๋าหนังปลอมที่ลอก ลอก  ลอก และลอกแบบมาจากแบรนด์เนมที่เราไม่ค่อยจะมีปัญญาซื้อ 
หรือผู้บริโภคคิดดีแล้วว่านี่แหละ ราคาถูกและก๊อปเหมือนของแท้สุดละน่าอนาถเสียจริงวิธีง่ายๆที่จะใช้ของดีราคาถูกก็ไม่ยากสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไทยไง ของไทยๆที่เราเห็นกันเกลื่อนเจเจ 
ของไทยที่คนไทยมองข้ามก็คือ ของไทยที่ชาวต่างชาติบิน ข้ามทะเลข้ามแผ่นดินมาดู  มาซื้อและมาชื่นชมนั่นแหละ
หรืออีกวิธี ถ้าหากชอบของ มีแบรนด์แนมก็สนับสนุนแบรนด์เนมของไทยสิคะMob-F อ่ะรู้จักไหม ไปเดินไปดูไปช่วยกันอุดหนุนของไทย ที่ผ่านการคิดจากดีไซเนอร์ไทยให้เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยมาแล้ว 
ของแบบเนี้ยน่าสนับสนุนส่วนใครที่มีปัญญาเหลือเฟือจะช่วยกระเดียดเศษเงินของท่านมาช่วยโอบอุ้มอนาคตของดีไซเนอร์ไทย ให้อยู่รอดปลอดภัยไปจน กว่าน้ำจะท่วมโลก ก็จะถือเป็นคุณอย่างยิ่งป.ล.เราไม่ได้มีความ เกี่ยวข้องกับวงการหรือคนในวงการแฟชั่นไทยที่ไร้ creativity แต่อย่างใด 
เป็นเพียงคนที่ชมชอบแฟชั่นที่ มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองเท่านั้น 
(จริงๆวงการแฟชั่นไทยก็มีอัตลักษณ์นะ ชื่อว่า"อัตลักษณ์ในการ ถอยหลังลงคลอง")
รัฐบาลบอกว่าสนับสนุน bangkok fashion week หรือ กรุงเทพเมืองแฟชั่น โอ้ยยย 
 
แม่งBULLSHIT!!!